2007/Jun/13

Seabiscuit

ซีบิสกิต...ม้าพิชิตโลก

Seabiscuit ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของ Charles Howard (Jeff Bridges) อดีตช่างซ่อมรถ ที่ผันตัวเองจนกลายเป็นคนร่ำรวย ด้วยการขายรถยนต์ เขามีม้าตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งชื่อ Seabiscuit ต่อมา Howard ได้จับมือกับอดีตนักมวยที่ตาเสียคนหนึ่ง ให้เขามาเป็นจ็อกกี้แข่งม้า Red Pollard (Tobey Maguire) โดยมี Tom Smith (Chris Cooper) อดีตผู้ฝึกม้ามือดี มาเป็นเทรนเนอร์ให้ เรื่องราวของ Seabiscuit กลายเป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ เนื่องจากเจ้าม้าตัวเล็กนี้ ชนะรางวัลเกียรติยศในปี 1938 ที่สามารถเอาชนะม้าแข่งที่ไม่เคยแพ้ใครลงได้


--------------------------------------------------------------------------------

ภาพยนตร์เรื่อง Seabiscuit เป็นผลงานสร้างของ The Kennedy/Marshall Company ร่วมกับ Larger Than Life Productions และ Spyglass Entertainment เขียนบทและกำกับโดย Gary Rossโดยดัดแปลงจากหนังสือเรื่อง 'Seabiscuit: An American Legend' ของ Laura Hillenbrand ซึ่งเคยถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้วเมื่อปี 1949 ในชื่อเรื่องว่า The Story of Seabiscuit นำแสดงโดย Shirley Temple

ภาพยนตร์เรื่อง Seabiscuit นำแสดงโดย Tobey Maguire (Spider-Man, Wonder Boys), Jeff Bridges , Chris Cooperร่วมด้วย Elizabeth Banks , William H. Macy , Annie Corley

ภาพยนตร์เรื่องนี้ กำกับภาพโดย John Schwartzman (Pearl Harbor, Armageddon, The Rock)


ชอบหนังเรื่องนี้เพราะโทบี้เล่น 555+ ไม่ช่ายยย...ส่วนหนึ่งก็เพราะโทบี้ เรื่องนี้เล่นคั่นระหว่าง spiderman I กับ spiderman II เป็นหนังแนวดราม่า แต่สนุกจริงๆนะ ไอ้เจ้า seabiscuit เนี่ย เป็นม้าที่ตัวเล็ก เล็กกว่าม้าแข่งปกติอ่ะ แล้วก็ใจสู้มากๆ รู้สึกว่าตอนหลังจะบาดเจ็บ มีอยู่ฉากนึง ทั้ง seabiscuit ทั้งโทบี้ใส่เฝือกทั้งคู่เลย แล้วตอนหลังโทบี้ขี่ม้าไม่ได้เพราะขายังเจ็บอยู่ แล้ว seabiscuit หาย ก็เลยลองขี่อีกครั้งแล้วก็ชนะ ดูแล้วรู้สึกดีอ่ะ...รู้สึกว่าถ้าเรารักแล้วพยายามทำอะไรซักอย่าง มันก็จะสำเร็จอย่างที่เราหวัง....


2007/Jun/03

.........Happy Birthday To Me......

I Wish I Happyness Everytime

But....My Gift issssss....

อกนิษฐ์ลงทะเบียนเรียนไม่ได้ ต้องเสียตังค์เพิ่ม 500 บาท

เนื่องจากการลงทะเบียนล่าช้า!!!!!!

มันเป็นของขวัญวันเกิดที่ยอดเยี่ยมจริง

2007/May/31

กลอนของเธอ...สำหรับฉัน

ทรายกับน้ำ...น้ำกับทรายมาจากไหน

ในความสวย ความใส มีอุปสรรค

มีเส้นทาง มีปลายทาง มีฝั่งรัก

ในฟูมฟักแห่งรักนั้นเรืองแรง

จนค่ำแล้วทะเลไม่ยอมหลับ

ยังขานขับบทกวีที่เราแต่ง

เธอคือถ้อยฉันคือคำ ดื่มด่ำแสดง

ในท่ามกลางแสงฟ้าดาวทะเล

หนาวก็กอดฉันไว้เถิดทรายทอง

จะตระกองกอดถนอมด้วยกล่อมเห่

ด้วยเพลงรักเพลงนิรันดร์ไม่รวนเร

ฉันทุ่มเทเพื่อเธอทั้งหัวใจ

ถ้าอยากฝันก็จงอย่าหวั่นหวาด

ฝันถึงหาดสีขาวดาวสดใส

ในอ้อมโอบพสุธาชลาลัย

สองหทัยเราจะทาบประทับตรึง

ยินเพลงรักจากทะเลแล้วใช่ไหม

คือเพลงรักจากใจที่คิดถึง

คิดถึงวัน คิดถึงคืนอันสวยซึ้ง

คิดถึงกาลครั้งหนึ่ง...ซึ่งมีเรา

ฉันเข้าใจความรู้สึกลึกๆนั้น

จึงยืนยันด้วยวันคืนถนอมค่า

ด้วยสายใยสายขวัญพันธนา

ด้วยสัญญาเกียรติยศในบทกวี

ว่ารักนี้ด้วยชีวิตอุทิศให้

ตราบสิ้นลมหายใจไม่หน่ายหนี

จนจากพรากความเป็นเราด้วยเถ้าธุลี

แม้โลกหน้าถ้ามีขอมีเรา...

กลอนของฉัน...สำหรับเธอ

ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำอธิบาย

ถึงความรักที่มีมากมายในวันนี้

ไม่รู้ว่าจะหาคำพูดคำใดดี

จึงจะเพียงพอกับความรู้สึกที่มีในหัวใจ

คือความอบอุ่นเนิ่นนาน

คือความอ่อนหวานที่ยากจะหาจากคนไหน

คืดความสุขล้นเมื่อมีเธอคอยห่วงใย

คือความหมายที่ยิ่งใหญ่ สัมผัสได้ในสองตา

สำหรับผู้หญิงคนนี้

จะยอมทำทุกวิธีเพื่อให้มีเธอในวันหน้า

ถึงแม้วันคืนจะผ่านไปกี่เวลา

ยังจะยืนยันและสัญญาว่า "รักเธอ"

"จำได้ว่าครั้งหนึ่ง เคยเขียนในบันทึก คุณจับฉ่าย ว่า ไม่ใช่เราหรอกที่จะเป็นคนเลิกก่อน ไม่ใชเราหรอกที่จะเลิกรักก่อน เฮ้อ...เหมือนเป็นคำสาป สาปตัวเองให้อยู่ตรงนี้ ตรงที่...ตรงที่คงจะต้องรักเขาตลอดไป"